word of the year

concept ของ word of the year เป็นแนวคิดที่สถาบันพจนานุกรมและภาษาต่างๆ นำมาใช้เพื่อจับภาพแก่นของปีนั้นๆ

วัตถุประสงค์ก็เพื่อ บันทึกคำที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งยุค และประสบการณ์โดยรวมของสังคมในช่วงปีนั้น หรือ สะท้อนประเด็นสำคัญที่มีการถกเถียงและพูดถึงบ่อยในปีนั้น

ตัวอย่างของ “word of the year” ที่ผ่านมา:

2023: “Authentic” (Merriam-Webster)
2022: “Omicron” (Oxford Languages)
2021: “Climate Refugee” (Collins Dictionary)
2020: “Lockdown” (Dictionary.com)

ในแง่ของการพัฒนาตนเอง เราสามารถเอา concept “word of the year” มาปรับใช้ให้เป็นเหมือนเข็มทิศ ช่วยให้เรามุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจตลอดปี

จริงๆแล้วผมว่า มันก็ใช้ได้ตลอดชีวิตแหล่ะ แต่การกำหนด time frame “of the year” มันช่วยให้เราโฟกัสมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าหมดปีแล้วต้องเลิกทำ

ตัวอย่างคำยอดนิยมที่เป็น word of the year สำหรับการพัฒนาตนเองของใครหลายๆคน

Resilience: ปีนี้จะก้าวผ่านความท้าทายและลุกขึ้นใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง
Growth: ปีนี้จะเน้นเรื่องเรียนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Mindfulness: ปีนี้จะมีสติและตระหนักรู้ในปัจจุบันมากขึ้น
Gratitude: ปีนี้จะพยายามรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในสิ่งดีๆ รอบตัว

บางคนพอได้ word of the year ของตัวเองแล้ว ก็นำมาเขียนแปะที่ห้องนอน ห้องทำงาน เพื่อเตือนตัวเอง และทบทวนความหมายของคำอยู่เสมอ

ส่วนตัวปีนี้ผมก็เลือกคำว่า “Consistency” คือ ความสม่ำเสมอ หรือ ความสืบเนื่อง

ที่ผ่านมาเวลาตั้งเป้าหมายอะไร พอทำเสร็จแล้วก็จะเลิก หรือ burn out แต่พอได้กลับมาทบทวนตัวเองแล้ว การตั้งเป้าเพื่อให้ถึงเป้า อาจจะไม่ใช่คำตอบ เราควรจะ build the system, not the goal

ปีนี้ก็จะ consistency ใน 3 area หลักๆ คือ สุขภาพ งาน การลงทุน โดยจะ focus ในสิ่งที่ control ได้ทั้งหมดเช่น

สุขภาพกาย : ลดกินน้ำตาล ขนม, เดินวันละ 1 ชั่วโมง, push-up วันละ 100 ครั้ง
สุขภาพใจ: นั่งสมาธิทุกวัน, ลดเวลาเข้า social media เหลือวันละ 10 นาที
งาน: ฝึก skill ใหม่ๆ, เขียนบล็อก วาดรูป ทุกวัน
การลงทุน: เน้นการลงทุนระยะยาว และศึกษาเรื่องการลงทุนทุกวันๆละ 1 ชั่วโมง

ทุกอย่างเป็นสิ่งที่น่าทำไปตลอด และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนในปีถัดไป ผมมองว่าถ้าเราทำได้ต่อเนื่อง 1 ปีแล้ว มันก็คงกลายเป็น “word of life” ในที่สุด