Rich is in the niche

พอได้ยินคำว่า “Rich is in the niche” ก็นึกไปถึงเรื่องของคนๆนึง

คนๆนี้ทำอาชีพ ”ขายรถมือสอง“

ในขณะที่คนทำเต็นท์รถมือสองหลายเจ้า ต้องปิดตัว เพราะการแข่งขันโปรโมชั่นของรถใหม่ และทุนจมไปกับรถที่ขายไม่ออก

สิ่งที่ทำให้คนนี้แตกต่างจากพ่อค้าคนอื่นคือการมี niche ของตัวเอง

Niche ที่ว่าก็คือ เค้าจะขายแต่รถ Honda City เท่านั้น!
ใช่!… นอกจากจะขายยี่ห้อเดียวแล้ว ยังขายแค่รุ่นเดียวด้วย

ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีการซื้อรถมาสต็อก

ในแต่ละเดือนคือจะมีออเดอร์มารอ จากคนที่รู้จักปากต่อปาก ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อรถกับคนนี้จะรู้สึกว่า
.
“คนนี้ดูรถรุ่นนี้เก่ง ใครให้คนนี้ดูรถ คัดรถ หรือซื้อรถรุ่นนี้จากคนนี้ ได้ของดีแน่นอน และที่สำคัญ ปัญหาทุกอย่างในรถรุ่นนี้ คนนี้สามารถตอบได้ และแนะนำหา อู่ที่ซ่อมได้ตรงจุดทุกอย่าง”

พอเป็นแบบนี้ก็เกิดการ win-win ทั้ง 3 ฝ่าย
– คนขายที่มั่นใจว่ารถตัวเองดี พอคนนีัมารับรอง ก็ขายได้ราคา และขายได้เร็ว
– คนซื้อสบายใจว่าได้ของดีแน่นอน ถึงแม้จะจ่ายเพิ่มขึ้น เพราะซื้อจากคนที่เป็น expert ในรถรุ่นนี้
– คนกลางได้กำไร ได้ฐานลูกค้าเพิ่ม
อยู่ๆนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะ เมื่อไม่นานมานี้ผมเอารถไปซ่อมช่วงล่าง

ซึ่งปัญหาช่วงล่างเสียงดังนี้ เคยเอาเข้าศูนย์มาหลายรอบแล้วก็ไม่หาย เลยไปลอง search ดู เจอร้านนี้ซึ่งเคลมว่า ทำแต่ช่วงล่างรุ่นนีั ยี่ห้อนี้เท่านั้น

ไปถึงให้ช่างลองนั่ง ก็รู้สาเหตุเลย พอยกรถขึ้นดู… เออจริง!

สรุปก็เปลี่ยนอะไหล่ไปหลายตัว ไม่ต้องรอของ เพราะสต็อกของอยู่แค่รุ่นเดียว แถมทำแป๊ปเดียวด้วย อาการที่เป็นหายหมด รถวิ่งนิ่มกว่าเดิม (รู้สึกเสียดายตังค์ที่ไปเข้าศูนย์ตั้งหลายรอบเลย)

การหา niche ตัวเองให้เจอ และเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางสุดๆนี่ เป็นตลาดที่แทบไม่ต้องแข่งขันเลยจริงๆ