ดวงตาแห่งชีวิต

หนังสือที่ผมมี กว่า 80% จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับ การเงิน การลงทุน

แต่หนังสือเล่มนึงที่เป็นหนังสือประจำบนหัวเตียงเลย คือหนังสือที่ชื่อว่า ดวงตาแห่งชีวิต โดย ท่านอาจารย์ เขมานันทะ

จริงๆ ก็ยังมีอีก 2-3 เล่ม แต่เล่มนี้ เป็นเล่มที่ย้อนกลับมาอ่านบ่อยที่สุด

ในหนังสือจะเป็นการบันทึก การบรรยายธรรมะของท่านอาจารย์กับผู้มาเรียนปฏิบัติ

ไม่ได้มีแต่เรื่องของการปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ท่านอาจารย์ก็ยังมีการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประสบการณ์ต่างๆ ที่อาจารย์ไปพบมา

หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนคู่มือในการปฏิบัติภาวนาที่อ่านเข้าใจง่าย

ที่ผมชอบอีกอย่างคือ ในแต่ละหน้ามีการไฮไลท์ประโยคทองไว้ การอ่านแต่ละครั้ง ถึงจะเป็นการสุ่มเปิด ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของเล่ม บทความแต่ละหน้าในหนังสือก็สร้างความสงบ และลดความวุ่นวายภายในไจได้เสมอ

My reading list #2

ยังคง F หนังสือผ่าน shopee อย่างต่อเนื่อง 555

ยิ่งตอนนี้มาค้นพบว่าการซื้อหนังสือผ่าน live มันได้ลดเยอะมากจริงๆ

แต่แน่นอนว่าเวลาไปตามร้านหนังสืออิสระ ก็อุดหนุนเค้าตลอดนะ เพราะยังไงก็สนับสนุนการมีอยู่ของร้านหนังสือมากๆ

ถ้าช่วงอยู่แต่บ้านมันก็คงต้องซื้อ online แหล่ะ ช่วงนี้ฝุ่นอย่างเยอะ ไม่ inspire ในการออกนอกบ้านเลย

เล่มแรกของ My reading list #2 ก็คือ…. แมวตื่นสายมักจะโดนแมวตื่นเช้า คิดถึงก่อน เป็นหนังสืออ่านเพลิน เป็นการบรรยายผู้คนผ่านมุมมองของแมว ส่วนตัวก็ติดตามนักเขียน ใบพัด นบน้อม ผ่าน facebook อยู่แล้ว ก็พอรู้จักสไตล์การเขียน ซึ่งเนื้อหาในหนังสือก็เป็นบทความที่เขียนดี เหมือนที่แกเขียนใน status แหล่ะ อ่านไปยิ้มไป 🙂

เล่มที่สอง นี่น่ะเหรอ แต่ละวันของพวกมนุษย์ อันนี้เป็นหนังสือแปลของเกาหลี เปิดมาแอบตกใจ เพราะไม่ได้อ่านรีวิวก่อน เลยเพิ่งมารู้ว่ามันเป็นเหมือนหนังสือภาพมากกว่า สรุปใช้เวลาอ่านไปน่าจะแค่ชั่วโมงเดียว รูปวาดน่ารัก แมวก็ดูกวนโอ๊ย

เล่มที่สาม Gift from the Sea ของฝากจากทะเล อันนี้ก็เป็นแนวแบบ บรรยายชีวิตตัวเองหลังจากนักเขียนปลีกวิเวกไปอยู่บนเกาะเพียงลำพังประมาณสองอาทิตย์ ก่อนอ่านรู้มาว่า เป็นหนังสือที่เหมาะกับผู้หญิงอ่านมากกว่านะ แต่พอรู้ว่าเป็นหนังสือดังมียอดขายมากกว่า 7 ล้านเล่มทั่วโลก ก็อยากลองอ่าน อ่านจบ ยอมรับว่ายังไม่ใช่แนว แต่ก็อ่านได้ไม่ขัด

เล่มที่สี่ สักวันชีวิตของเธอจะผลิบานและงดงามจนใจเต้นรัว เล่มนี้คุณภรรยารอซื้อผ่าน live ของ naiin มา อ่านปกหลังแล้วก็พอรู้ว่าเนื้อหาข้างในต้องไม่เหมือนกับปกแน่นอน 555

ก็เป็นอีกเล่มที่อ่านรวดเดียวจบ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ช่วงที่อ่านหนึ่งชั่วโมงแรกเป็นการอยากรู้ว่า “เมื่อไหร่มันจะสนุก” แต่พออ่านไปก็เริ่มอินกับตัวละคร และเนื้อหามันทำให้รู้สึกอยากติดตามไปเรื่อยๆ เสน่ห์ของเรื่องนี้น่าจะเป็นการบรรยายความรู้สึกของตัวละคร แล้วทำให้เรามีความรู้สึกร่วม โดยรวมแล้วก็เป็นหนังสือ feel good และทำให้เรามองเห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น

อย่างที่บอกว่าเป็น reading list เขียนเพื่อเป็นการบันทึกว่าตัวเองอ่านอะไรไปบ้าง ไม่ได้มีการรีวิวหรือให้คะแนนอะไร เพราะแต่ละเล่มมันก็คุณค่าตามแบบของมันอยู่แล้ว

My reading list #1

เลิกเล่น twitter มาได้ประมาณ 10 วัน (แต่ไม่อยากจะปิดบัญชีเพราะกลัวคนสวมรอย)

ผลลัพธ์ก็คือ ได้อ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเยอะมาก ถ้าไม่รวมพวกหนังสือพวกหุ้น และลงทุน อาทิตย์นี้ก็อ่านไป 4 เล่มแล้ว

ก็เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเขียนโพสต์ เป็น reading list บ้าง แต่คงไม่ได้รีวิวอะไรเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้มีมาตราฐานพอที่จะไป rating นักเขียน ที่สำคัญความชอบ/ไม่ชอบ นี่เป็นเรื่องส่วนบุคคลมากๆ

และจะว่าไป การไปสิงอยู่ตามห้องป้ายยาหนังสือ เค้าก็คงกรองมาให้แล้วประมาณนึงแหล่ะเนอะ 😛

เล่มแรก ผู้เฒ่าทะเล (THE OLD MAN AND THE SEA) เรื่องนี้ก็ใช้เวลาอ่านไม่นาน เล่มไม่หนามาก และคงได้เป็นหนังสือที่ต้องกลับมาอ่านอย่างน้อยอีกรอบแน่นอน

เล่มที่สอง แมวนักพยากรณ์แห่งร้านกาแฟจันทร์เต็มดวง เรื่องนี้อ่านเรื่อยๆ สนุก อ่านรวดเดียว แอบจินตนาการว่า มาสเตอร์แมวต้องหน้าเหมือนแมวที่เลี้ยงแน่ เลยอ่านไปยิ้มไป 🙂

เล่มที่สาม สมุดบันทึกแห่งความสัตย์จริง เล่มหนา ตัวหนังสือเยอะ แต่ก็อ่านรวดเดียว เริ่มอ่านบ่ายสาม จบ สี่ทุ่มครึ่ง ถ้าใครอ่านแล้วลองมี setting ตัวละครในใจจะรู้สึกเหมือนดูหนังเลย เพราะคนเขียนอธิบาย character แต่ละตัวละครได้อย่างเข้าถึงมากๆ

เล่มที่สี่ ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก เล่มนี้รู้จักครั้งแรก เพราะพี่ชายมาถามว่าอ่านยัง? ก็เลยไม่ต้องคิดเยอะ ถ้าไม่สนุกจริงเค้าคงไม่มาถาม และก็เป็นตามนั้น อ่านรวดเดียว ถ้าใครดูพวก Series เกาหลี หรือเคยไปเที่ยวก็คงจะยิ่งเห็นภาพฉากต่างๆ จะเรียกว่าเป็นหนังสือประเภท feel good อบอุ่นหัวใจก็ได้นะ เห็นใน group อ่านหนังสือบ้างคนถึงกับพกติดตัวเลยทีเดียว 😮

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ พอมาอ่านหนังสือเยอะๆ แล้วสมาธิดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่งั้นคงมัวแต่ไถ feed ไม่ได้มานั่ง update blog แน่นอน

การปล่อยวาง

มีชายหนุ่มคนหนึ่ง เดินทางไกลเพื่อมาปรึกษาปัญหากับ พระอาจารย์นิกายเซน

เมื่อพบกัน พระอาจารย์จึงได้สอบถามชายหนุ่ม ว่าเดินทางมาพบท่านด้วยสาเหตุใด

ชายหนุ่มกล่าวกับพระอาจารย์ว่า

“ท่านอาจารย์ ข้ามีเรื่องกลุ้มใจ เป็นเรื่องที่ข้าไม่สามารถจะปล่อยวางได้”

พระอาจารย์ได้ยินดังนั้น จึงได้กล่าวตอบ

“เข้าใจละ ดื่มชากันก่อนสิ” พร้อมยื่นถ้วยชาให้ชายหนุ่มถือ

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังถือถ้วยชา พระอาจารย์ก็ค่อยๆรินน้ำชาร้อนจากกาที่กำลังเดือดให้ จนน้ำชาล้นออกมาจากถ้วย จนมาโดนมือของชายหนุ่มคนนั้น

ชายหนุ่มตกใจเพราะความร้อน จนปล่อยถ้วยชาตกพื้นจนแตก พร้อมกล่าวกับพระอาจารย์ว่า

“ท่านอาจารย์เทชาล้นถ้วย จนโดนมือผมน่ะขอรับ ผมเลยต้องปล่อยถ้วยตกพื้นลงไป”

ท่านอาจารย์จึงได้กล่าวต่อ

“ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่จะปล่อยวางไม่ได้ เหมือนกับถ้วยชาใบนี้ ท่านสามารถที่จะวางลง เมื่อเริ่มรู้สึกร้อนมือ หรือจะถือไว้จนกระทั่งร้อนจนทนไม่ไหวแล้วค่อยปล่อย หรือ ไม่ต้องเข้าไปจับถ้วยนั้นเลยตั้งแต่แรก เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามันร้อน”