Privacy Management

เราทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ประมาณว่า อยู่ๆก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะทำอะไรซะอย่าง แล้วก็ลืมว่าหยิบขึ้นมาทำไม

จากนั้นก็เจอ notification จาก app ที่แจ้งเตือนข้อความ บางทีก็จากคนที่รู้จัก จาก group chat หรือบางทีก็เป็นข้อมูลการตลาด

เสร็จปุ๊ปเราก็กดคลิ๊กเข้าไป คิดว่าอาจจะมีอะไรสำคัญ แล้วก็เจอ auto suggestion ที่ชวนให้เราสงสัย ตามมาด้วยขบวนของ short vdo ต่างๆ ที่ capture เฉพาะช่วง highlight

มารู้ตัวอีกทีเราก็ ไถโทรศัพท์ไปแล้ว 20 นาที เริ่มต้นจากจำไม่ได้ว่า เพราะอะไรเราถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่แรกด้วยซ้ำ

เราอยู่ในยุคที่เรียกว่า attention economy

จริงๆ แล้วก็เป็นมาตลอดตั้งแต่ยุคก่อนอินเตอร์เน็ต ทุกป้าย billboard หรือ ป้ายโฆษณาในนิตยสาร พยายามดึงความสนใจของเราผ่านคำโปรยที่น่าดึงดูด

แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับยุคนี้ ที่เราต้องพกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลา

เวลาเฉลี่ยที่คนใช้โทรศัพท์ อาจจะต่างกัน ตามภูมิศาสตร์ และช่วงอายุ แต่ถ้าดูแบบรวมทั้งโลก ทุกวันนี้คนจะใช้โทรศัพท์อยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน เรียกได้ว่าในหนึ่งปี เราใช้เวลาบนโทรศัพท์ประมาณ 2 เดือน!!

ทั้งบริษัท social media, shopping online, games, chat room และพวก app ต่างๆ ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เวลาและความสนใจ ของเรา

บริษัทพวกนี้ลงทุนเป็นพันล้านบาท เพื่อศึกษาพฤติกรรมของเรา และเรียนรู้ว่าจะทำยังไงให้อยู่บนหน้าจอให้นานที่สุด เพราะนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่จะตามมา

ผมสังเกตุว่าหลายๆ ครั้งที่ตัวเองคิด(เข้าข้างตัวเอง)ว่า สามารถยับยั่งใช้ใจ หรือคุมเวลาในการใช้งานได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไหลไปตามกระแสที่ feed ต่างๆป้อนเข้ามา

แม้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับ digital minimalism ไปบ้างแล้ว แต่วันนี้รู้สึกว่า แค่จำกัดการใช้งานเองอาจจะยังไม่พอ(อันนี้ส่วนตัว) ผมเลยคิดว่าการลบแอพออกจากโทรศัพท์เป็นวิธีที่ดีมาก คือลบออกไปเลย ไม่ใช่น่าแค่จากหน้า home

เป็นการตัดวังจร ไม่ให้แม้แต่ ai มาสอดแนมพฤติกรรมการใช้งานเรา เพราะอย่างที่เคยดู documentary เรื่อง the social dilemma รู้เลยว่าเบื้องการทำงานของแอพพวกนี้เต็มไปด้วยคนเก่งๆ ที่พยายามจะเอาชนะเรา

หลังจากที่ลบแอพต่างๆออกไป ปิด notification ทั้งหมด แน่นอนว่าอาจจะมีพลาดเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ 99.99% ก็เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญกับชีวิตเลย

ส่วนถ้าเป็นเรื่องคนในครอบครัว ถ้าจำเป็นจริงๆก็โทรหากันได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

อีกเรื่องนึงที่อยากแชร์คือ เราควรจะมีเบอร์ส่วนตัวมากๆไว้อีกเบอร์แบบว่ามีคนรู้ประมาณ 5-6 คน เฉพาะคนที่สำคัญ ถ้ามีเบอร์อื่นที่ไม่รู้จักโทรเข้ามาก็ตัดสายทิ้งได้เลย เพราะเป็นพวก call center หรือ มิจฉาชีพ แน่นอน