My reading list #4

หลังจากที่ได้อ่านหลายๆเว็บหรือบล็อกที่รีวิวหนังสือแล้ว

รู้สึกว่าการอ่านรีวิวมากเกินไป มันทำให้ได้รับ information ที่ไม่จำเป็นมากเกินไป เช่นไปอ่านใน goodreads ถ้าเป็นหนังสือที่ดังมากๆ นี่เจอ hate speech เยอะ ส่วนนึงคือคนพยายามจะสร้างแบรนด์ตัวเองแบบนั้นด้วย

แน่นอนว่าการอ่านหนังสือแต่ละเล่ม มันไม่สามารถนำทุกอย่างมาปรับใช้กับชีวิตได้ และเราก็คงไม่ชอบทุกเรื่องที่อ่าน แต่อย่างน้อยเวลาที่เรากลับมาเขียน journal เกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้น

เราก็จะเริ่ม form idea ได้แล้วว่า หนังสือเล่มนี้ เราชอบเพราะอะไร? เราไม่ชอบเพราะอะไร? มีความรู้อะไรที่เราเอามาปรับใช้ได้บ้าง? อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราบ้าง? ฯ

สำหรับ reading list #4 นี้ ก็มีดังนี้ (ไม่ใช่รีวิว)

  1. INTO THE MAGIC SHOP เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ ยอมรับว่าคำโฆษณาหน้าปกเขียนว่า วง BTS ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง Magic Shop ทำให้น่าสงสัย ส่วนตัวรู้จักวง BTS แต่ไม่เคยฟังเพลง พออ่านหนังสือจบเลยไปอ่านคำแปลเพลง ก็รู้สึกว่าใช่เลย เป็น message ที่ ดร.โดตีต้องถ่ายทอดให้ผู้อ่านจริงๆ
  2. The Alchemist : ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน เป็นการกลับมาอ่านครั้งที่ 3-4 แล้ว ทุกครั้งที่กลับมาอ่าน ได้ความรู้ที่แตกต่างกลับไปทุกครั้ง พอใช้เวลาต่อหน้า ต่อประโยค ให้นานขึ้น คิดตามให้มากขึ้น ก็รู้สึกว่า คุณ Paulo เก่งจริงๆ ศิลปะในการเล่าเรื่องสวยงาม และกระชับ หนังสือเล่มไม่หนาแต่ ได้สนุกและได้สาระมาก
  3. The Bullet Journal Method : วิถีบันทึกแบบบูโจ ผมรู้จัก BUJO มาต้้งแต่ปี 2018 ได้มีโอกาสลองเขียนอยู่ช่วงนึง แล้วก็เลิกเขียนไปเพราะมาเสพติดการเล่น Social Media (ทำตัวเองล้วนๆ) ตอนนี้เริ่มกลับมาเขียน Journal มากขึ้น ใช้ชีวิตที่มัน disconnected มากขึ้น ประโยชน์อันนึงที่ผมชอบจากการเขียน Journal คือการได้ reflect หรือ ตกผลึกความคิด เรารู้อยู่แล้วว่าเราต้องทำอะไร การ reflect เป็นการทบทวนกับตัวเองว่า เราทำไปทำไม?

ผมรู้สึกว่าหนังสือที่เราอ่านแล้ว แต่จำเนื้อหาไม่ได้ = ยังไม่ได้อ่าน การได้ revisit หนังสือที่เรามีอยู่แล้ว และกลับมาเขียนสรุปใน Journal มันก็สนุกดีนะ 🙂