I can think, I can wait, I can fast

เวลามีคนเล่าถึงความสำเร็จชั่วข้ามคืน มันกระตุ้นต่อมอยากให้คนเสพสื่อ อยากรู้ถึงเคล็ดลับ ว่าทำยังไงเราถึงจะได้เป็นแบบนั้นบ้าง

Narrative เกี่ยวกับการประสบความสำเร็จ ตั้งแต่อายุยังน้อยเช่น 16, 20, 24, 30 เป็น content ที่ขายได้ตลอด

ผมเชื่อว่าคนที่ถึงเป้าหมายในชีวิตได้อย่างรวดเร็วมีอยู่จริง แต่มีจำนวนน้อยกว่าคนที่ประสบความสำเร็จแบบค่อยเป็นค่อยไปแน่นอน

“Patience, persistence, and perspiration make an unbeatable combination for success.”

– Napoleon Hill

“Patient is a key” เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยๆ ในช่วงหลังมานี้

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จหลายคนก็มักพูดเหมือนกันว่า เป้าหมายทางการเงินมันต้องอาศัยเวลาเพื่อให้เกิดการทบต้น

วันนี้ผมหยิบหนังสือเรื่อง สิทธารถะ (Siddhartha) ขึ้นมาอ่านเป็นรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้ แต่เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบเปิดขึ้นมาอ่านแบบ Random เวลารู้สึกคิดอะไรไม่ออก

บทสนทนาในหนังสือที่อยากเอามาไฮไลท์ก็คือ ตอนที่ กมลาถามสิทธารถะ ก่อนที่จะแนะนำสิทธารถะ ในเรื่องงานว่า สิทธารถะมีความสามารถอะไรบ้าง?

สิทธารถะจึงตอบกมลาว่า ข้าคิดได้ ข้ารอได้ ข้าอดได้

สิทธารถะขยายความต่อ “ฟังนะ กมลา เมื่อท่านปาก้อนหินลงไปในน้ำ มันย่อมพุ่งลงไปในเส้นทางที่เร็วที่สุดก่อนจมสู่ก้นสระ เวลาที่สิทธารถะมีทั้งเป้าหมายและปณิธานจะเป็นเยี่ยงนี้ สิทธารถะจะมิทำสิ่งใด แต่จะรอ คิดอดอาหาร เค้าจะผ่านสิ่งต่างๆในโลกดุจดั่งก้อนหินผ่านน้ำ ที่ไม่มีการทำอะไรเลย ไม่หันเห วอกแวก

เค้าจะพุ่งลงไปปล่อยให้ตนจมลงเพราะเป้าหมายดึงดูดเขา เขาไม่ปล่อยให้มีอะไรก็ตามเข้ามาในจิตวิญญาณจนอาจขัดขวางเขาจากเป้าหมาย”

และสิทธารถะได้สรุปต่อไปว่า ใครก็ทำสิ่งมหัศจรรย์ได้ ใครก็บรรลุเป้าหมายของเค้าได้ หากเขาคิดได้ หากเค้ารอได้ หากเขาอดอาหารได้” 

พออ่านมาถึงตอนนี้ผมพอจะ get ว่า การคิดได้ รอได้ ก็มีประโยชน์จริง แล้วเรื่องการอดอาหารล่ะ?

จากนั้นสิทธารถะก็ไปพบกับกามะสวามีพ่อค้าผู้ร่ำรวย คนที่กมลาแนะนำให้สิทธารถะไปหา

กามะสวามีก็สงสัยเหมือนกันว่า “การอดอาหารมันมีประโยชน์อะไร?”

สิทธารถะตอบ “มันเป็นสิ่งที่ดีมาก เมื่อถึงเวลาที่คนเราไม่มีอะไรกิน การอดอาหาร เป็นหนทางฉลาดที่สุดที่เค้าทำได้ ตัวอย่างเช่น หากสิทธารถะไม่รู้วิธีอดอาหาร เค้าจะต้องยอมรับจ้างทำงานไม่ว่าประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นงานของท่าน หรืออื่นใดก็ตามในวันนี้ก่อนตะวันตกดิน

เพราะ ความหิวจะบีบบังคับให้เขาต้องทำเช่นนั้น แต่ในกรณีนี้ สิทธารถะจะอดทนรอได้อย่างใจเย็น เค้าจะไม่กระวนกระวาย ไม่รีบร้อน เพราะเขาปล่อยให้ความหิวเข้ามารุมล้อมได้เป็นเวลานาน ทั้งยังหัวเราะให้กับมันได้ นี่แหละที่ว่าการอดอาหารเป็นของดี”

ถ้าเรามาลองตีความหมาย ข้าคิดได้ ข้ารอได้ ข้าอดได้ แบบที่สิทธารถะกล่าวต่อ กมลา และ กามะสวามี

  • I can think: ข้าสามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้
  • I can wait: ข้าอดทน รอคอย และอดกลั้นต่อความท้าทายได้
  • I can fast: ข้าอดทนต่อความหิวโหย ควบคุมความต้องการของตัวเองได้

ในยุคที่กระแสสังคมคอยกระตุ้นให้เราเสพติด instant gratification หรือ ความพึงพอใจทันด่วน เร่งให้เราตัดสินใจรวดเร็ว ขาดการไตร่ตรองถี่ถ้วน และการอดทนรอเป็นความบกพร่อง

ผลกระทบที่ตามมามันส่งผลรอบด้าน เหมือนกับการทดลองเรื่อง Marshmallo test โดยศาสตราจารย์วอลเตอร์ มิสเชล (Walter Mischel) จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่สรุปมาว่า

  • ความสามารถในการควบคุมตนเองเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิต
  • เด็กที่สามารถควบคุมตนเองได้ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในด้านการเรียน การงาน และความสัมพันธ์

การ Focus และการอดทนรอ เพื่อเป้าหมายระยะยาวอาจจะเป็น skill ที่เราอาจจะต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ในยุคที่ Social Media คอยส่งเสริมให้เรา “คิดไม่เป็น อดทนไม่ได้” อยู่แบบนี้