focus one at a time

หลังจากที่ได้ลองปรับเวลา และลดการเล่น social อย่างมีนัยยะ และ กลับมาใช้วิธีแบบ analog มากขึ้นคือ จดด้วยมือ ก็รู้เลยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่คิดว่าตัวเองสามารถ Multitasking ได้ คือ พยายามทำหลายๆอย่างพร้อมกัน ทำให้ตัวเองดูยุ่งและ(เหมือนจะมีประสิทธิภาพ)

แต่จริงๆแล้วมันสู้การ focus one at a time ไม่ได้เลย

Cal Newport นักเขียนหนังสือ ชื่อ Deep Work ได้อธิบายไว้ในหนังสือของเขาว่า multitasking นั้นไม่ได้ช่วยให้เราทำงานได้เสร็จเร็วขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับทำให้เราทำงานได้ช้าลงและผิดพลาดได้ง่ายขึ้น

multitasking นั้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงนั้น เพราะ

  • เมื่อเราทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน สมองของเราจะไม่สามารถโฟกัสไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “attention residue” หรือความจดจ่อที่ตกค้างอยู่ ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถโฟกัสไปที่สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มร้อย
  • การเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปยังอีกงานหนึ่งอย่างรวดเร็ว จะทำให้สมองของเราต้องใช้เวลาในการปรับตัว ทำให้เสียเวลาและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งกว่าจะปรับตัวกลับมาได้ใน state ที่เรากำลังมีสมาธิมันกินเวลาพอสมควรเลย
  • การทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน มักจะทำให้เรามุ่งเน้นไปที่งานง่าย ๆ ที่สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว เช่น เช็คอีเมล ตอบ comment หรือ ตอบ DM ที่ไม่ได้สำคัญ ซึ่งเรียกว่า shallow work ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เราพัฒนาทักษะหรือความรู้ใหม่ ๆ เท่าการทำ deep work ที่มุ่งเน้นไปที่งานยาก ๆ ที่ต้องการความตั้งใจและจดจ่อ

ดังนั้น หากเราต้องการที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราควรโฟกัสไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่วอกแวกไปกับสิ่งอื่น ๆ

ซึ่งสิ่งที่ผมได้ลองทำมาตลอด 1 สัปดาห์ เวลาที่ต้องการทำงานที่ต้องใช้สมาธิมากๆ คือ

  • ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดโทรศัพท์ และโยนลงลิ้นชัก ไม่ได้เห็นเลย (มีบทความที่เขียนว่า โทรศัพท์ถึงแม้จะว่างไว้เฉยๆ บนโต๊ะทำงานก็รบกวนสมาธิได้)
  • กำหนดเวลาในการทำงานแต่ละอย่าง คือ แบ่ง task ใหญ่ที่ต้องเสร็จ ออกเป็นรายวัน รายชั่วโมงเลย
  • พักสมองเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้สมองล้า และจดจ่อได้ยากขึ้น อาจจะทุก 1-1.30 ชั่วโมง บางคนอาจจะ 45 นาที

พอได้เคลียร์งาน(หลัก)ที่ค้างอยู่ มันเหมือนการได้ยกสิ่งที่กวนใจออกไป พอทำเสร็จหนึ่งชิ้นแล้ว มันก็เริ่มอยากจะจัดระเบียบชีวิตด้านอื่นต่อไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าพอได้ทำแบบนี้ to-do-list ก็เล็กลงเรื่อยๆ และมีสมาธิมากขึ้นด้วย