Chasing NO

เวลาที่เรามีไอเดียทำธุรกิจอะไรซักอย่าง สื่งที่เรามักจะได้รับคำแนะนำ จากผู้รู้ และคนรอบข้างก็คือ ให้ศึกษาตลาด หา Product market fit หรือ ทำ research ให้ดีซะก่อน

ถ้าสมมติว่าไอเดียการทำธุรกิจของเรามันแหวกแนว แปลกประหลาด และไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วเราจะเอาข้อมูลที่ไหนมาศึกษาก่อนจะตัดสินใจ

Steven Gadlin เป็นอีกหนึ่งคนที่มีไอเดียทำธุรกิจที่แหวกแนว และได้เข้าร่วมรายการ Shark Tank เพื่อต้องการหาผู้ร่วมลงทุน

(รายการ Shark Tank เป็นรายการเรียลลิตี้โชว์เชิงธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอไอเดียและแผนธุรกิจของตัวเองต่อหน้าเหล่านักลงทุน หรือ “ชาร์ก” (Shark) ซึ่งเปรียบเสมือนฉลามที่พร้อมจะลงทุนในธุรกิจที่พวกเขาเห็นศักยภาพ

รูปแบบรายการคือ ผู้ประกอบการแต่ละคนจะมีเวลา 10-15 นาทีในการนำเสนอจุดเด่น กลยุทธ์ และแผนการเติบโตของธุรกิจ ชาร์กจะถามคำถาม วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน ตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่ และเสนอข้อตกลง ผู้ประกอบการสามารถเลือกที่จะตกลงหรือปฏิเสธข้อเสนอจากชาร์ก

รายการ Shark Tank ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ออกอากาศในกว่า 40 ประเทศ เป็นแหล่งข้อมูลและแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่)

ซึ่งธุรกิจของ Steven Gadlin ก็คือ การรับจ้างวาดรูปแมว ในราคารูปละ $25 หรือประมาณ 800 บาท ผ่านเว็บไซต์ของเค้าที่ชื่อ iwanttodrawacatforyou

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจของ Steven นั้นน่าสนใจ หลักๆไม่ใช่เรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นวิธีการนำเสนอ

เงินลงทุนที่ Steven ต้องการ ก็อยู่ที่ $10,000 เผื่อแลกกับ หุ้น 25% ของบริษัท

สุดท้ายเค้าสามารถเอาชนะใจ Mark Cuban หนึ่งใน Shark และได้เงินลงทุนถึง $25,000 และกับหุ้น 33%

ผลลัพธ์หลังจากได้ออกรายการ Shark Tank ทำให้ Steven เป็นที่รู้จักมากขึ้น และทำให้ธุรกิจของสามารถทำยอดขายจากการวาดรูป และขายสินค้า จนมี revenue มากกว่า $500,000

Steven ได้เล่าให้ฟังในภายหลังผ่าน Ted Talk ว่า ไม่ว่าโปรเจคอะไรก็แล้วแต่ที่เค้าคิดมันล้วนแต่สุดโต่งและบ้ามากๆ เพราะฉะนั้นถ้าเค้ามีความคาดหวัง หรือมุ่งเป้าว่ามันจะต้องสำเร็จ และมีแต่คน say yes เค้าคงไม่ได้ทำ

เค้าเลยคิดว่า งั้นแทนที่จะ chasing YES เค้าขอเป็น chasing NO แทนแล้วกัน

ด้วยการมี mindset แบบนี้ทำให้ Steven ไม่กลัวที่จะล้มเหลว และพร้อมจะกระโดดเข้าไปทำอะไรที่คนอื่นไม่เคยคิดจะทำอยู่เสมอ

Seth Godin นักเขียนชื่อดังได้บอกว่า ถ้ามันมีสิ่งนึงที่คุณรู้ว่า สุดท้ายคุณจะล้มเหลว แต่คุณก็ยังอยากทำอยู่ ก็ให้ทำเลย

แน่นอนว่า Seth ไม่ได้หมายถึงอะไรที่มันมีราคาต้องที่จ่ายเยอะแบบล่มจมถ้าพลาด มันอาจจะเป็นอาชีพ เสริม ,side hustle หรือ ธุรกิจที่ไม่ได้ลงทุนมากมายอะไร ติดอยู่แค่คุณเลิกคิดถึงมันไม่ได้

สุดท้ายแล้วมันก็เป็นแค่ การเอาชนะความกลัวในใจของเราเองนั่นแหล่ะ

ถึงแม้ปลายทางที่เราต้องเจอจะเป็นการถูกปฏิเสธ แต่มันก็เป็นแค่ event นึง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

เหมือนกรณีของ Steven Gadlin ถ้ามันไม่สำเร็จ หรือถูกปฏิเสธ ก็แค่ move on แล้วหาสิ่งใหม่ต่อไป เท่านั้นเอง