capacity

ความมั่งคั่งที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับ capacity ของคนๆนั้น

ผมมองว่าแต่เราแต่ละคนมี capacity ของเงินไม่เท่ากัน คล้ายๆกับความจุของแบตเตอรี่

อย่างแบตเตอรี่ความจุน้อย ต่อให้เราชาร์จไฟเข้าไปมากเท่าไหร่ มันก็จะรองรับได้เท่ากับ capacity ของตัวมันเอง

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม บางคนที่มีโอกาสได้รับเงินก้อนใหญ่เข้ามา แต่เพียงไม่นานเค้าก็ต้องสูญเสียเงินจำนวนนั้นไป

ลองกลับมาดูตัวอย่างของตัวเราเองว่า ตั้งแต่เกิดมามีเงินผ่านมือเรามาแล้วเท่าไหร่ และวันนี้เงินจำนวนนั้นอยู่ในการครอบครองของเราเท่าไหร่?

ข่าวดีก็คือ เราไม่ใช่แบตเตอรี่จากโรงงานที่ fix ความจุมา

เราสามารถเพิ่ม capacity ของตัวเองได้ 

วิธีการเพิ่ม capacity ของตัวเราในเรื่องเงินนั้นครอบคลุมหลายหัวข้อ ตั้งแต่เรื่องการเข้าทำความเข้าใจตัวเอง การศึกษาการทำงานของเงิน การบริหารเงิน เรื่องนี้อาจไม่ได้มีสูตรสำเร็จ หรือ one-size-fits-all approach

ส่วนเรื่องความรู้เรื่องลงทุน การกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ตลาด หลักการความรู้เล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว

คุณพิชัย จาวลา (ผู้ก่อตั้ง B2 group) ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องความรวยไว้ว่า สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ high risk high return หรือ ถ้าอยากรวยก็ต้องเสี่ยงมาก แต่จริงๆแล้วสิ่งที่คนรวยทำคือ การเพิ่มรายได้ และพยายามปิดความเสี่ยง คล้ายๆกับที่ วอเร็น บัฟเฟต พูดว่า ในชีวิตคุณไม่จำเป็นต้องทำถูกต้องเยอะ ตราบใดที่คุณไม่ได้ทำผิดพลาดบ่อย

ส่วนเรื่องความมั่งคั่ง คุณลุงโฉลก (chaloke.com) ได้ให้ข้อคิดว่าความมั่งคั่งคือ “การที่ทรัพย์สินของเรา มีมากกว่า ความปรารถนาที่เรามี” ในสมการนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่า ถ้าอยากมั่งคั่งก็มีสองทาง คือ เพิ่มทรัพย์สิน กับ ลดความอยากของเรา แน่นอนว่าแบบหลังทำง่ายกว่า

สิ่งที่ผมตกผลึกจากการอยู่กับเรื่องเงินมานานคือ “การรู้ว่าความสุขของเราคืออะไร” ด้วยกระแสสังคมที่มันถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน บางครั้งทำให้เราหลงทิศไปวิ่งตามเป้าหมายของคนอื่น ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆก็ได้