Bitcoin

เคยได้ยินคำว่า bitcoin มานานมากจาก เว็บบอร์ด Thaiseoboard มีคนตั้งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องชวนมาขุดกัน แต่ตอนนั้นยังแอบคิดว่าเป็นกระแสชั่วคราว

หลังจากนั้นไม่นาน ในเว็บ amazon เองก็เคยขึ้นปุ่ม “Pay with bitcoin” ที่หน้าชำระเงินอยู่ช่วงนึง น่าจะช่วง 2012-2013

ความเข้าใจตอนแรก นึกว่าเป็นหน่วยเงินใหม่ที่แลกเปลี่ยนได้เหมือน currency ทั่วไป (นั่นเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่มาก ฮา)

สุดท้ายได้มาสนใจเรื่อง crypto จริงจัง หลังจากฟังคลิป vdo ของ Gary Vaynerchuck (เป็น youtuber ที่ตามมาตั้งแต่ 2009) พูดเกี่ยวกับ blockchain เลยไปหาข้อมูลจาก chaloke.com และ Michael Saylor เพิ่ม

ส่วนตัวแล้ว ผมซื้อกับ concept บิตคอยน์นะ

ถ้าเรามองว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องสมมติ การเกิดขึ้นของ bitcoin มันก็คงไม่ได้ต่างอะไรจากการที่เราให้คุณค่า ทอง เพชร นาฬิกาแบรนด์เนม หรือ อสังหา หรอก

ยิ่งถ้าได้ลองอ่านหนังสือ bitcoin standard แล้ว ก็จะยิ่งรู้เลยว่า มนุษย์เราเคยใช้หลายสิ่งเป็นเงินมาก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เกลือ ลูกแก้ว หิน แร่เงิน แร่ทอง

มนุษย์เราที่เกิดมา ต่างดิ้นรนหาอยู่สองสิ่งเป็นหลัก คือ “การมีชีวิตยืนยาว” กับ “การหา store of value”

ใครๆก็อยากมีชีวิตที่ยืนยาว เรื่องนี้ไม่เคยเป็นประเด็นถกเถียง แต่เรื่องอะไรจะเป็น “store of value” นี่เรียกได้ว่าทะเลาะกันจน เกิดเป็นสงครามกันเลย

พอเรามีการแบ่งชาติ แบ่งประเทศกันแล้ว ใครก็อยากจะให้หน่วยเงินของประเทศตัวเองดีกว่า

อย่างตอนนี้ทั่วโลกก็มองว่า เงิน US สามารถเก็บมูลค่าได้ดีกว่า currency ประเทศอื่น และใช้เป็นหน่วยเงินกลางในการสื่อสาร ทุกสินทรัพย์จากต้องมาเทียบกับ USD ตลอด

จริงๆ ก่อนหน้านี้ ทองคำก็ดีที่สุดในแง่ของ store of value แต่ความสามารถในการขนย้าย และการแบ่งหน่วยย่อย มันเลยไม่สะดวกในการใช้งานจริง

จากเนื้อหาที่อ่านมา สิ่งที่จะเป็น store of value ที่ดี ก็น่าจะมีอยู่ 4 ข้อคือ
1.ต้องหายาก
2.ต้องแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้
3.ต้องมีความทนทาน สูญสลายไปตามเวลา
4.ต้องง่ายในการขนย้าย ไม่ว่าจะพกติดตัว หรือข้ามประเทศ

ซึ่ง bitcoin ดีกว่าทองคำมากๆ โดยเฉพาะข้อ 2 และ 4

มาถึงวันนี้ bitcoin ก็พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว 15 ว่าไม่มีใครสามารถแทรกแซง ทำลายได้ คำว่า bitcoin จากที่คนมองว่าเป็นเรื่องหลอกลวงก็เริ่มถูกพูดออกหน้าสื่อใหญ่ เริ่มมีการนำข้อมูลราคามาพูดอ้างอิงมากขึ้น

ข้อควรระวังอย่างเดียวของ bitcoin เวลานี้ก็คงเป็นเรื่องของการเก็บรักษาแบบ self custody หรือการเก็บ seedphase ที่ยังไม่ practical สำหรับคนทั่วไป เพราะการที่ seed หลุดไป มันหมายถึง bitcoin ที่เก็บไว้จะหายไปทั้งหมด

ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกคนเข้าใจ มันก็เป็น mass adoption ได้ ถ้าบริษัทที่น่าเชื่อถือ หรือ ประเทศต่างๆ เริ่มมีการเพิ่ม bitcoin เข้ามาใน port เป็น reserves ขนาด mkt cap. ก็คงเอาชนะทองคำได้ในอีกไม่นาน